5 ท่าโยคะสำหรับคู่รัก เสริมความสัมพันธ์ชีวิตคู่

ท่าโยคะ Pigeon Pose ช่วยผ่อนคลายร่างกายส่วนล่าง

Key takeaway / Summary of topic answer

โยคะคู่รัก เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยเสริมทั้งความสัมพันธ์และสุขภาพร่างกายของคู่สมรส โดยช่วยลดความเครียด ปรับสมดุลฮอร์โมน และเพิ่มการไหลเวียนโลหิต ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ ทั้งยังสามารถฝึกได้ง่ายที่บ้าน แต่หากดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่องแล้วยังไม่ประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสม

Table of Contents

ความสัมพันธ์อันดีของคู่สมรส รวมไปถึงสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงของทั้งสองฝ่าย เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อร่างกายพร้อม จิตใจพร้อม ล้วนส่งผลให้การวางแผนครอบครัวเป็นไปอย่างราบรื่นมากยิ่งขึ้น

หนึ่งในวิธีดูแลสุขภาพที่กำลังได้รับความนิยม คือโยคะคู่รักซึ่งช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกาย และยังช่วยกระชับความสัมพันธ์ สร้างความใกล้ชิด เพิ่มความผ่อนคลายให้แก่ทั้งสองฝ่าย จึงถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยสนับสนุนโอกาสในการตั้งครรภ์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

โยคะคู่รักช่วยอะไรได้บ้าง ?

โยคะ เป็นการออกกำลังกายที่เน้นการประสานงานระหว่างร่างกาย ลมหายใจ และจิตใจ เมื่อฝึกในรูปแบบของคู่รัก จะยิ่งช่วยเสริมประโยชน์ในหลายด้าน ดังนี้

  • เสริมความแข็งแรง โดยการฝึกโยคะช่วยเพิ่มความทนทานและความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ ซึ่งมีส่วนช่วยให้การมีเพศสัมพันธ์มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  • เพิ่มความใกล้ชิดและความเข้าใจ เนื่องจากการฝึกโยคะร่วมกันต้องอาศัยการสื่อสาร การประสานงาน และความไว้วางใจ จึงช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นมากขึ้น
  • ลดความเครียดสะสมในร่างกาย ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อภาวะฮอร์โมนและความต้องการทางเพศ และยังช่วยทำให้ร่างกายผ่อนคลาย
  • ส่งเสริมสุขภาพจิตและอารมณ์ โดยโยคะช่วยให้จิตใจสงบ ลดความวิตกกังวล และทำให้คู่รักสามารถเข้าถึงความรู้สึกที่ดีต่อกันได้มากขึ้น

5 ท่าโยคะเสริมความสัมพันธ์คู่สมรส แบบทำได้เองที่บ้าน

สำหรับผู้ที่อยากเริ่มต้นฝึกท่าโยคะสำหรับคู่รักสามารถทำง่าย ๆ ได้ด้วยตัวเองที่บ้าน ดังนี้

Cobbler Pose หรือท่าผีเสื้อ สามารถปรับให้เป็นท่าโยคะสำหรับคู่รักได้

ท่าช่างทำรองเท้าหรือท่าผีเสื้อ (Cobbler Pose)

สามารถปรับท่าผีเสื้อให้เป็นการนั่งหันหน้าเข้าหากัน งอเข่าทั้งสองข้างให้ฝ่าเท้าชนกัน ยืดหลังตรงคล้ายนั่งสมาธิ หรือจับมือคู่รักไว้ จากนั้นผลัดกันโน้มตัวไปข้างหน้าและดึงกลับเบา ๆ ท่านี้ช่วยยืดกล้ามเนื้อสะโพก หน้าอก และต้นขาด้านใน เปิดบริเวณอุ้งเชิงกราน และกระตุ้นการไหลเวียนเลือดในอวัยวะสืบพันธุ์ ซึ่งเป็นประโยชน์โดยตรงต่อสุขภาพการเจริญพันธุ์ของทั้งสองฝ่าย

  

Down Ward Facing Dog ท่าโยคะคู่รักที่ดีต่อกระดูกสันหลังและกล้ามเนื้อต้นขา

ท่าสุนัขก้มหน้า (Downward Facing Dog)

คู่รักฝ่ายหนึ่งทำท่า Downward Dog โดยยืนก้มตัวให้มือและเท้าสัมผัสพื้น ยกสะโพกขึ้นสูง ส่วนอีกฝ่ายยืนอยู่ด้านหลังและช่วยพยุงสะโพกให้ตรง ท่านี้ช่วยยืดกระดูกสันหลัง เสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแขน ขา และแกนกลางลำตัว พร้อมทั้งสร้างความไว้วางใจระหว่างกัน

  

Plank Pose ท่าโยคะสำหรับคู่รัก ช่วยให้หน้าท้องกระชับขึ้น

ท่าแพลงก์ (Plank Pose)

ทั้งคู่อยู่ในท่าแพลงก์ขนานกัน หรือให้ฝ่ายหนึ่งวางมือบนหลังเท้าของอีกฝ่ายเพื่อเพิ่มความท้าทาย ท่านี้สร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลาง หลัง และแขนอย่างครอบคลุม ช่วยเพิ่มความทนทานของร่างกายโดยรวม และทำให้หน้าท้องกระชับขึ้น

  

Upward Dog ท่าออกกำลังกายคู่รัก ด้วยโยคะช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้น

ท่าสุนัขเงยหน้า (Upward Dog)

นอนคว่ำบนพื้น วางมือข้างลำตัว จากนั้นดันตัวขึ้นให้หน้าอก ลำตัวส่วนบน รวมถึงหน้าขาและหัวเข่ายกพ้นพื้น มีเพียงฝ่ามือและหลังเท้าที่แตะพื้น ทั้งคู่ทำพร้อมกันและมองตากัน ท่านี้ช่วยยืดกล้ามเนื้อหน้าท้องและหน้าอก สร้างความยืดหยุ่นของกระดูกสันหลัง เสริมการทำงานของอวัยวะในช่องท้อง กระตุ้นระบบไหลเวียนเลือดให้ดีขึ้น และใช้แรงจากทั่วร่างกาย เป็นอีกท่าโยคะที่เชื่อมโยงกันระหว่างคู่รัก

  

Pigeon Pose ท่าโยคะเสริมความสัมพันธ์คู่สมรส ช่วยผ่อนคลายร่างกายส่วนล่าง

ท่านกพิราบ (Pigeon Pose)

งอขาข้างหนึ่งไว้ด้านหน้าของลำตัว ยืดขาอีกข้างไปด้านหลัง ผายสะโพกออก ค้างท่าไว้จากนั้นสลับข้าง คู่รักสามารถช่วยกดหลังเบา ๆ เพื่อเพิ่มความลึกในการยืด ท่านี้เป็นหนึ่งในท่าที่ดีที่สุดสำหรับการเปิดสะโพก คลายความตึงในบริเวณอุ้งเชิงกรานผ่อนคลายร่างกายส่วนล่าง เหมาะสำหรับผู้หญิงที่กำลังวางแผนตั้งครรภ์

  

อุปกรณ์สำคัญในการเล่นโยคะ

การเตรียมอุปกรณ์ออกกำลังกายที่เหมาะสม ช่วยให้การฝึกโยคะมีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โดยมีอุปกรณ์ที่สำคัญ ดังนี้

ชุดออกกำลังกาย 

สิ่งสำคัญประการแรกคือควรเลือกชุดที่สามารถขยับตัวได้อย่างอิสระ มีความยืดหยุ่นสูง ไม่รัดแน่นหรืออึดอัด และระบายอากาศได้ดี วัสดุที่แนะนำได้แก่ผ้าสแปนเด็กซ์หรือผ้าดรายฟิตที่ช่วยดูดซับเหงื่อ ทำให้ร่างกายสบายตลอดการฝึก ไม่ควรใส่เสื้อผ้าที่คับแน่นเกินไปเพราะอาจขัดขวางการหายใจและการเคลื่อนไหวในบางท่า

เสื่อโยคะ 

เสื่อโยคะควรมีความหนาประมาณ 4-6 มิลลิเมตร ซึ่งจะช่วยลดแรงกดทับของน้ำหนักตัวต่อพื้น โดยเฉพาะเมื่อฝึกบนพื้นปูนหรือพื้นไม้แข็ง นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันการลื่นไถลได้ดี โดยเฉพาะในท่าที่ต้องใช้มือและเท้ายันพื้น ควรเลือกเสื่อที่ทำความสะอาดได้ง่ายและมีขนาดเหมาะสมกับร่างกายของแต่ละคน

ออกกำลังกายแล้วไม่เห็นผล ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการมีบุตรหรือไม่ ?

แม้การออกกำลังกายและดูแลสุขภาพ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้ แต่หากพยายามมาระยะหนึ่งแล้วไม่ประสบความสำเร็จ เช่น พยายามมีบุตรมากกว่า 1 ปี หรือ 6 เดือนในกรณีอายุมากกว่า 35 ปี อาจถึงเวลาที่ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาวะมีบุตรยาก โดยแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์จะช่วยประเมินสาเหตุอย่างละเอียด ทั้งด้านฮอร์โมน สุขภาพร่างกาย และคุณภาพอสุจิ เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

วางแผนการมีบุตร ที่ Bangkok Central Clinic คลินิกรักษาผู้มีบุตรยาก

สำหรับคู่รักที่ต้องการคำแนะนำอย่างตรงจุด การเข้ารับคำปรึกษากับคลินิกมีบุตรยากถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยเพิ่มโอกาสความสำเร็จในการตั้งครรภ์ได้มากขึ้น ที่ Bangkok Central Clinic มีทีมแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ ช่วยวางแผนการมีบุตรอย่างเป็นระบบ พร้อมแนะนำแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

ติดต่อนัดหมายแพทย์ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

Tel: 02-252-3420, 02-252-3421, 095-364-1949

WhatsApp: 0953641949

LINE: @bccivf

  

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับท่าโยคะเสริมความสัมพันธ์คู่สมรส (FAQs)

ท่าโยคะสำหรับคู่รักมีส่วนช่วยทางอ้อมได้จริง โดยการลดความเครียด ปรับสมดุลฮอร์โมน และเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปยังอุ้งเชิงกราน ซึ่งสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้แก่ร่างกายในการฝังตัวของตัวอ่อน

ควรฝึกอย่างน้อย 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละ 20-30 นาที ความสม่ำเสมอจะช่วยให้ร่างกายปรับตัวและเห็นผลลัพธ์ในเรื่องความผ่อนคลายได้ชัดเจนขึ้น

การเดินเร็วในสวนสาธารณะ การเต้นรำ การว่ายน้ำ หรือแม้แต่การทำงานบ้านร่วมกัน ก็ช่วยกระชับความสัมพันธ์และสร้างสุขภาพที่ดีได้เช่นกัน

ควรหลีกเลี่ยงท่าที่ต้องบิดตัวอย่างรุนแรง หรือท่าที่กดทับหน้าท้องหนัก ๆ ในช่วงหลังการตกไข่ รวมถึงโยคะร้อน ที่ทำให้อุณหภูมิในร่างกายสูงเกินไป ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพเชื้ออสุจิหรือการฝังตัวของตัวอ่อนได้

Picture of Dr. Tanut Jerachotechueantaveechai

Dr. Tanut Jerachotechueantaveechai

Medical Director of Bangkok Central Clinic IVF & Wellness แพทย์ด้านมีบุตรยากและสูตินรีเวชวิทยา สำเร็จการศึกษาแพทยศาสตร์บัณฑิต เกียรตินิยมอันดับ 1 จากศิริราชพยาบาล มีประสบการณ์ทำงานในโรงพยาบาลชั้นนำ เช่น รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ ม.สงขลานครินทร์ รพ.ลานนา รพ.เชียงใหม่ราม และ รพ.พญาไทศรีราชา ทั้งยังเป็นอาจารย์พิเศษอบรมหลักสูตรเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ที่ ม.มหิดล นพ. ธนัท มีแนวทางการดูแลผู้ป่วยแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Care) โดยบูรณาการความร่วมมือกับคู่สมรสอย่างต่อเนื่องตลอดกระบวนการรักษา เพื่อโอกาสในการมีบุตร ซึ่งมีสถิติอัตราความสำเร็จเฉลี่ยอยู่ที่ 72.5% ในปี 2562 นอกจากนี้ยังเข้าร่วมการอบรมและประชุมวิชาการระดับนานาชาติทั้งในเอเชียแปซิฟิก ยุโรป และออสเตรเลียอย่างต่อเนื่อง