ทำความเข้าใจเกี่ยวกับ TESA และ PESA

A couple anxiously looking at a pregnancy test, illustrating the challenges of a fertility journey.

ที่คลินิกรักษาผู้มีบุตรยากอย่าง Bangkok Central Clinic เราเข้าใจดีว่าการรักษาภาวะมีบุตรยากมีเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจมากมายและอาจทำให้คุณเครียดได้ง่าย ๆ โดยเฉพาะคู่รักหรือผู้ที่กำลังเผชิญกับภาวะมีบุตรยากในเพศชาย แต่ข่าวดีก็คือวิธีการ TESA และ PESA เป็นทางเลือกที่ช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้ เพราะฉะนั้นจึงไม่ต้องกังวลไปค่ะ ในบทความนี้ เราจะมาอธิบายให้คุณเข้าใจได้ง่ายขึ้นเกี่ยวกับการรักษาทั้งสองวิธี ไม่ว่าจะเป็นวัตถุประสงค์ วิธีการ และบทบาทของการรักษาบนเส้นทางการสร้างครอบครัวของคุณ

ภาวะมีบุตรยากในเพศชายคืออะไร?

ภาวะมีบุตรยากในเพศชายอาจเกิดจากหลายสาเหตุ หนึ่งในนั้นคือภาวะตรวจไม่พบอสุจิ (Azoospermia) ซึ่งเป็นผลกระทบจากภาวะท่อนำอสุจิตัน หรือความผิดปกติในการสร้างอสุจิ ในกรณีเหล่านี้ เราสามารถเก็บอสุจิโดยตรงจากอัณฑะหรืออวัยวะสืบพันธุ์เพื่อนำไปใช้ในกระบวนการรักษาภาวะมีบุตรยาก เช่น การทำเด็กหลอดแก้ว(IVF) หรือ(อิ๊กซี่ หรือการปฏิสนธินอกร่างกาย (ICSI)

TESA และ PESA คืออะไร?

TESA (Testicular Sperm Aspiration) และ PESA (Percutaneous Epididymal Sperm Aspiration) เป็นการผ่าตัดขนาดเล็กเพื่อเก็บอสุจิโดยตรงจากอัณฑะหรือท่อนำอสุจิในกรณีที่ไม่สามารถเก็บอสุจิได้จากการหลั่งปกติ

PESA: วิธีนี้ใช้เข็มขนาดเล็กในการดูดอสุจิโดยตรงจากท่อนำอสุจิ (Epididymis) ที่ขดอยู่เหนืออัณฑะ ซึ่งเป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่สร้างและเก็บอสุจิ การเก็บอสุจิด้วยวิธี PESA มักใช้ยาชาเฉพาะที่ เหมาะสำหรับผู้ชายที่มีภาวะท่อนำอสุจิตัน หรือเคยทำหมันถาวรมาก่อน

TESA: หากวิธี PESA ไม่ได้ผลหรือไม่สามารถเก็บอสุจิได้ แพทย์จะใช้วิธี TESA แทน โดยวิธีนี้ใช้เข็มเจาะเข้าไปในเนื้ออัณฑะเพื่อดูดเนื้อเยื่อที่มีอสุจิ เหมาะสำหรับผู้ชายที่มีภาวะตรวจไม่พบอสุจิแบบไม่ได้เกิดจากการอุดตันของทางเดินอสุจิ (Non-obstructive Azoospermia) ซึ่งเป็นภาวะที่ร่างกายผลิตอสุจิได้น้อยหรือไม่ได้เลย

ขั้นตอนต่าง ๆ และสิ่งที่ควรรู้ก่อนเข้ารับการรักษา

ทั้ง TESA และ PESA เป็นกระบวนการรักษาสำหรับผู้ป่วยนอก ดังนั้นคุณจึงสามารถกลับบ้านได้ในวันเดียวกัน ไม่จำเป็นต้องนอนค้างคืนที่โรงพยาบาล

การเตรียมตัว: แพทย์จะทำการตรวจร่างกายอย่างละเอียด รวมถึงซักประวัติและวินิจฉัย เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุด

การให้ยาชา: คุณจะได้รับยาชาเฉพาะที่ เพื่อให้รู้สึกสบายตลอดกระบวนการรักษา

ขั้นตอนการรักษา

PESA: สำหรับวิธีนี้ แพทย์จะใช้เข็มขนาดเล็กเจาะเข้าไปในท่อนำอสุจิเพื่อดูดของเหลวที่มีอสุจิออกมา

TESA: วิธีนี้จะใช้เข็มเจาะเข้าไปในเนื้ออัณฑะเพื่อนำตัวอย่างเนื้อเยื่อออกมา จากนั้นจึงนำไปผ่านกระบวนการสกัดอสุจิ

การดูแลหลังทำหัตถการ: คุณอาจมีอาการปวดหรือบวมเล็กน้อย ซึ่งมักจะหายได้เองภายในไม่กี่วัน เราแนะนำให้สวมกางเกงชั้นในที่กระชับและหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องออกแรงมากเป็นเวลา 48 ชั่วโมง

การนำอสุจิมาใช้งาน

อสุจิที่ได้จากกระบวนการ TESA หรือ PESA มักมีปริมาณน้อยและอาจเคลื่อนที่ได้ไม่ดีนัก ดังนั้นจึงนิยมใช้ร่วมกับเทคนิค ICSI หรือการฉีดอสุจิเข้าไปในเซลล์ไข่โดยตรง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาภาวะมีบุตรยากด้วยการปฏิสนธินอกร่างกาย (IVF) 

อัตราความสำเร็จของ TESA และ PESA

แม้ว่าประสิทธิภาพของ TESA และ PESA จะขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล แต่ก็เป็นทางเลือกที่มีประโยชน์สำหรับการเก็บอสุจิไว้ใช้งานหากคุณกำลังเผชิญปัญหาภาวะมีบุตรยากในเพศชาย คลินิกรักษาผู้มีบุตรยากของเราในกรุงเทพฯ พร้อมให้บริการด้วยอุปกรณ์ที่ทันสมัยและเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อเพิ่มโอกาสสำเร็จของการปฏิสนธิในกระบวนการ ICSI ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและนักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงตัวอ่อนของเรามุ่งมั่นที่จะมอบการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อช่วยให้ความฝันในการมีลูกของคุณเข้าใกล้ความเป็นจริงมากขึ้น

TESA และ PESA เหมาะกับใคร?

การเก็บอสุจิด้วยวิธี TESA และ PESA เหมาะสำหรับผู้ชายที่มีภาวะดังต่อไปนี้:

ภาวะตรวจไม่พบอสุจิชนิดอุดตัน (Obstructive Azoospermia): ภาวะนี้เกิดจากการอุดตันในระบบสืบพันธุ์ เช่น ไม่มีท่อนำอสุจิตั้งแต่กำเนิด เคยทำหมันมาก่อน หรือมีการติดเชื้อที่ส่งผลต่อท่อนำอสุจิ

ภาวะตรวจไม่พบอสุจิชนิดไม่อุดตัน (Non-Obstructive Azoospermia): ภาวะนี้เกิดจากการที่ร่างกายผลิตอสุจิได้น้อยหรือไม่เพียงพอ

เคยผ่าตัดแก้หมันแต่ไม่สำเร็จ: กรณีนี้หมายถึงการที่ผู้ป่วยเคยทำหมันและผ่าตัดแก้หมันแต่ไม่ประสบความสำเร็จ หรือไม่สามารถทำการผ่าตัดแก้หมันได้

ประโยชน์ของ TESA และ PESA

การผ่าตัดมีขนาดเล็ก: TESA และ PESA เป็นหัตถการที่ไม่ซับซ้อน การผ่าตัดเกิดขึ้นในบริเวณเล็ก ๆ ทำให้ฟื้นตัวได้เร็ว

ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล: หลังเข้ารับการรักษา คุณสามารถกลับบ้านได้ในวันเดียวกันโดยไม่ต้องนอนโรงพยาบาล ซึ่งช่วยลดผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน 

เพิ่มโอกาสในการมีบุตร: สำหรับผู้ที่ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้เองตามธรรมชาติ แต่ต้องการมีบุตรที่สืบทอดพันธุกรรมของตนเอง TESA และ PESA เป็นทางเลือกที่สามารถช่วยคุณได้

ความเสี่ยงและข้อควรพิจารณา

แม้ว่า TESA และ PESA จะเป็นวิธีที่ปลอดภัย แต่ก็มีความเสี่ยงบางประการที่คุณควรตระหนัก ได้แก่:

อาการปวดและบวม: อาการเหล่านี้เป็นอาการชั่วคราวที่สามารถบรรเทาได้ด้วยยา

การติดเชื้อหรือเลือดออก: แม้จะเป็นอาการที่พบได้น้อยมาก แต่คุณสามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการเลือกเทคนิคที่เหมาะสมและดูแลตัวเองอย่างดีหลังการผ่าตัด 

อาจเก็บอสุจิได้ไม่เพียงพอ: ในบางกรณี TESA และ PESA อาจเก็บอสุจิได้ไม่เพียงพอ ทำให้ต้องพิจารณาทางเลือกอื่น

ก้าวต่อไปอย่างมั่นใจบนเส้นทางสู่การเป็นพ่อแม่

ที่ Bangkok Central Clinic เราเชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์และการเจริญเติบโตของตัวอ่อน ทีมแพทย์ของเรามีความชำนาญในการรักษาภาวะมีบุตรยากด้วยวิธีที่หลากหลาย ทำให้คุณมีโอกาสในการตั้งครรภ์สูงขึ้นด้วยเทคนิคที่เหมาะสำหรับสถานการณ์และร่างกายของคุณโดยเฉพาะ คลินิกของเราพร้อมดูแลคุณด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย กระบวนการวิเคราะห์ขั้นสูง รวมถึงสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการปฏิสนธิ เพื่อให้คุณได้รับผลลัพธ์ที่ดีที่สุดจากการรักษาภาวะมีบุตรยากที่คลินิกของเรา

เราเข้าใจดีว่าสถานการณ์ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของเราจึงพร้อมดูแลคุณด้วยความใส่ใจ และนำเสนอทางเลือกที่เหมาะกับคุณโดยเฉพาะ TESA และ PESA เป็นวิธีเชื่อถือได้และเป็นความหวังของคู่รักและผู้คนอีกมากมายที่กำลังเผชิญกับภาวะมีบุตรยากในเพศชาย การทำความเข้าใจกระบวนการเหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจได้อย่างรอบคอบเกี่ยวกับทางเลือกของตัวเอง และประสบความสำเร็จในการสร้างครอบครัวที่อบอุ่นค่ะ  

Picture of Dr. Tanut Jerachotechueantaveechai

Dr. Tanut Jerachotechueantaveechai

Medical Director of Bangkok Central Clinic IVF & Wellness แพทย์ด้านมีบุตรยากและสูตินรีเวชวิทยา สำเร็จการศึกษาแพทยศาสตร์บัณฑิต เกียรตินิยมอันดับ 1 จากศิริราชพยาบาล มีประสบการณ์ทำงานในโรงพยาบาลชั้นนำ เช่น รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ ม.สงขลานครินทร์ รพ.ลานนา รพ.เชียงใหม่ราม และ รพ.พญาไทศรีราชา ทั้งยังเป็นอาจารย์พิเศษอบรมหลักสูตรเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ที่ ม.มหิดล นพ. ธนัท มีแนวทางการดูแลผู้ป่วยแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Care) โดยบูรณาการความร่วมมือกับคู่สมรสอย่างต่อเนื่องตลอดกระบวนการรักษา เพื่อโอกาสในการมีบุตร ซึ่งมีสถิติอัตราความสำเร็จเฉลี่ยอยู่ที่ 72.5% ในปี 2562 นอกจากนี้ยังเข้าร่วมการอบรมและประชุมวิชาการระดับนานาชาติทั้งในเอเชียแปซิฟิก ยุโรป และออสเตรเลียอย่างต่อเนื่อง